<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-26257477</id><updated>2011-04-21T16:44:13.681-07:00</updated><title type='text'>what a difference a day made</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://labanat.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/26257477/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://labanat.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>what a difference a day made</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15002335307381931464</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-26257477.post-114532573431811720</id><published>2006-04-17T17:52:00.000-07:00</published><updated>2006-04-17T23:02:45.186-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>หลายวันก่อนหน้านี้คุ้นเคยว่าจะมีใครบางคนหล่นประโยคสนทนามากระแทกหู...หัวข้อสุดเชยแต่ก็ยังคงความโรแมนติกข้ามยุคข้ามสมัย ว่าด้วยเรื่องเนื้อคู่หรือจะเรียกให้ฟังดูสมกับที่ได้เดินข้ามเส้นแบ่งเวลาหลายเส้นมาไกล ว่า soulmate นั่นเอง ... ประโยคสนทนาจบลงด้วยคำถามว่าคนๆนั้นของเรา(ผมกับเพื่อนรัก) กำลังหายใจ กินข้าว และนั่งมองดาวอยู่ที่ไหนซักที่นึงบนโลกใบนี้จริงๆ หรือ&lt;br /&gt;     อาจเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาผมโดน(สิ่งที่ผมคิดเอาเองว่าเป็น)ความรักทำร้ายมาจนบอบช้ำทำให้ระดับความศรัทธาใน(สิ่งที่ผมคิดเอาเองว่าเป็น)ความรักหลงเหลืออยู่ในระดับต่ำมากๆ (แต่ยังคงเกาะกุมศรัทธาในความ"น่ารัก"ไว้อย่างเหนียวแน่น555) แม้ว่าอุมปาแห่ง 179 naglee จะพยายามหาแง่มุมดีๆ มากมายมาให้มองเพราะความโรคจิตส่วนตัวที่ชอบเห็นคนมีความรัก และไม่อยากให้ผมหลงเหลือแผลเป็นจากเรื่องแย่ๆในอดีตและเอามันมาทำร้ายอนาคต แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ลึกๆอยู่ดีและรู้สึกว่ามันน่าเหนื่อยหน่ายทุกครั้งที่จะต้องมาเริ่มทำความรู้จักกับใครคนหนึ่งใหม่ๆไปเรื่อยๆ พยายามเรียนรู้กัน รู้ชื่อพ่อแม่ รู้อาชีพอากง แล้วที่สุดก็แยกย้ายกันไปด้วยความรู้สึกแย่ๆ ...&lt;br /&gt;     ผมว่าความรักมันเหมือนขโมยมืออาชีพ หลายต่อหลายครั้งเมื่อเราเผลอเรอหรือประมาทเมื่อไหร่ มันก็จะเข้ามาเงียบๆ กวาดเอาหนังสือเล่มโปรด หนังดีๆ ที่เก็บไว้ เกมที่ชอบเล่น ซีดีเพลงฮิต เมื่อเราบังเอิญเดินไปเจอมันเข้า มันก็จะลากเราไปจากวงสนทนาที่กำลังสนุกสนาน ฆาตกรรมความเป็นส่วนตัวของเราอย่างเลือดเย็น แล้วปล่อยให้เราต้องนอนทนพิษบาดแผลอยู่อย่างนั้นในขณะที่มันค่อยๆเดินจากไปอย่างลอยนวล ...&lt;br /&gt;         ภาพความรักในหัวผมเป็นอย่างนี้ ผมรู้ว่าอาจจะโดนต่อต้านจากคนบางคนที่กะลังอินกับ 100 เพลงรักไม่รู้จบของพี่บอยด์ แต่บทเรียนที่ผมจะจำไว้ให้ขึ้นใจก็คือ ถ้าคราวหน้าขโมยมันมาขึ้นบ้านผมอีก ผมจะต้องซ่อนสิ่งที่สำคัญที่สุดของผมไว้ในซอกมุมที่มิดชิดที่สุด อยากได้อะไรเท่าไหร่เอาไป จะแทงผมกี่แผลก็ได้... แต่อย่าหวังว่าจะได้สิ่งที่สำคัญที่สุดจากผมไปอีกเลย....&lt;br /&gt;      จำได้ว่าวันนั้นผมตอบเพื่อนผมไปว่าเดี๋ยวเราก็ต้องหากันจนเจอตามที่เพลงประโลมโลกกล่าวไว้... แต่ถ้ายังหาใครสักคนไม่เจอ...ในความคิดของผม ... แค่มุมประทับใจในร้านกาแฟเล็กๆกลางเมือง ทะเลหมอกยามเช้าบนยอดดอยหนาวเหน็บ หรือวันแดดจัดริมชายหาดบนเกาะกลางอันดามัน ถ้ามันทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ไปเยี่ยมเยือน อบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ระลึกถึง มุมต่างๆเหล่านี่แหละที่ผมเชื่อว่าคือเนื้อคู่ที่ถูกสร้างมาเพื่อเรา ...&lt;br /&gt;และถ้าจังหวะดีจริง ๆ คุณก็อาจจะเจอใครบางคนที่ชอบหลบมุมมาจิบกาแฟอุ่นๆ ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอย และมึความสุขกับการนั่งฟังเพลง bossanova เคล้าเสียงคลื่น ... ถ้าพบกันแล้วก็อย่าให้ปล่อยให้เขาเดินหายไปจนลับตาก็แล้วกัน...&lt;br /&gt;     เพราะเค้าคนนั้น อาจเป็นคำตอบของทุกคำถาม เป็นตัวตนที่มีอยู่จริง หายใจ กินข้าว และพร้อมจะนั่งกุมมือ มองดาวไปกับเราจนชั่วชีวิตก็ได้...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/26257477-114532573431811720?l=labanat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://labanat.blogspot.com/feeds/114532573431811720/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=26257477&amp;postID=114532573431811720' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/26257477/posts/default/114532573431811720'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/26257477/posts/default/114532573431811720'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://labanat.blogspot.com/2006/04/blog-post_17.html' title=''/><author><name>what a difference a day made</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15002335307381931464</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry></feed>
